สำนักงานเพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ The UN Office for the Coordination of Humanitarian Affairs (UNOCHA) ได้ออกมาประกาศเตรียมจะสนับสนุนช่วยเหลือผู้พลัดถิ่นภายใน(IDP) 536,000 คน ซึ่งคิดเป็นประชากร 1 เปอร์เซ็นต์ของประเทศพม่า โดยจะสนับสนุนเงินช่วยเหลือราว 190 ล้านดอลลาร์ในปีหน้า
วันพุธที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2557
วันพุธที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
แพทย์ไร้พรมแดน, แขกของรัฐบาล กับ ความหวังของชาวโรฮิงยา
เด็กหญิงตัวน้อยเทินกระสอบข้าวสารที่ได้รับบริจาคสำหรับสมาชิกในครอบครัวทั้ง 8 คนไว้บนศีรษะ ในขณะที่เด็กคนอื่นๆ กำลังเล่นน้ำในบ่อที่ส่งกลิ่นเน่าเหม็นและเต็มไปด้วยขยะ ที่ห้องเรียนศาสนาในมัสยิตที่สร้างจากไม้ไผ่ เด็กหนึ่งในสามในห้องเรียนยังไม่ได้กินอะไรเลยทั้งวัน หรือ ตั้งแต่เมื่อวาน
วันศุกร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2557
ชาวโรฮิงยามากว่า 86,000 คน หนีออกจากรัฐอาระกัน นับตั้งแต่เกิดเหตุความรุนแรงทางเชื้อชาติและศาสนา
ยูเอ็นได้ออกมาเปิดเผยว่า มีประชาชนชาวมุสลิม โรฮิงยา กว่า 86,000 คน ได้เดินทางออกจากรัฐอาระกัน ทางภาคตะวันตกของพม่าโดยทางเรือ มีรายงานว่า ชาวบ้านได้เดินทางอพยพออกจากพื้นที่ นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงความขัดแย้งทางเชื้อชาติและศาสนาในรัฐอาระกันเมื่อกลางปี 2555 ซึ่งพวกเขาไม่ได้รับสถานะเป็นพลเมืองของประเทศพม่า
วันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557
ล่องเรือสู่มงดอว์
รัฐอาระกัน – เป็นเวลากว่า 5 ชั่วโมงในการลงเรือและต่อรถในช่วงสั้นๆ จากเมืองหลวงของรัฐอาระกันไปยังเมืองมงดอว์ ซึ่งเป็นเขตที่มีประชากรชาวมุสลิมอยู่เป็นจำนวนมาก พื้นที่ดังกล่าวสร้างความกังวลให้กับรัฐบาลพม่าเป็นอย่างมาก หลังจากมีประชาชนจำนวนมากเสียชีวิตจากเหตุรุนแรงเมื่อเดือนที่ผ่านมา
วันศุกร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2557
รัฐบาลพม่าปฎิเสธยูเอ็นกล่าวหา ชาวโรฮิงยาเสียชีวิต 48 ศพ ในรัฐอาระกัน
มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 มกราคมที่ผ่านมา รัฐบาลพม่าได้ออกมาปฏิเสธอย่างแข็งกร้าวต่อแถลงการณ์ของยูเอ็นก่อนหน้านี้ ที่ระบุว่า มีการฆ่าสังหารชาวมุสลิมโรฮิงยาจำนวน 48 คน ทางภาคเหนือของรัฐอาระกันเมื่อเร็วๆนี้ โดยข้อมูลนี้ยูเอ็นระบุว่า ได้มาจากรายงานที่เชื่อถือได้ ขณะที่รัฐบาลพม่าระบุว่า แถลงการณ์ของยูเอ็นเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้
วันอาทิตย์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2557
2 พรรคการเมืองโรฮิงยาเรียกร้องรัฐบาลยอมรับ “โรฮิงยา” เป็นพลเมืองประเทศ
เมื่อวันศุกร์ (10 มกราคม) ที่ผ่านมา ทาง 2 พรรคการเมืองอย่างพรรค the National Democratic Party for Development (NDPD) และพรรค Democracy and Human Rights Party (DHRP) ได้จัดแถลงข่าวในย่างกุ้งออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลพม่ายอมรับชาวมุสลิมในรัฐอาระกันเป็น ชาวโรฮิงยา และเป็นชนกลุ่มน้อยกลุ่มหนึ่งของพม่า หากมีการสำรวจประชากรในอนาคต ขณะที่ปัจจุบัน รัฐบาลยังคงไม่ยอมรับชาวโรฮิงยาเป็นพลเมืองของพม่า ขณะที่พม่าเตรียมสำรวจประชากรครั้งใหญ่ระหว่างเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายนในปีนี้
วันพฤหัสบดีที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2556
กรรมกรน้อยโรฮิงยากับชีวิตที่มืดมน
เด็กชาววัย 10 ปี แบกตะกร้าใส่หินตะเกียกตะกายเดินขึ้นเนินเขา แม้จะพยายามปั้นสีหน้าให้ดูเข้มแข็งต่อหน้าเพื่อนๆ แต่ดวงตาของเขากลับเอ่อไปด้วยน้ำใสๆ เขาเจ็บปวดไปทั่วทุกส่วนของร่างกาย รู้สึกไม่สบายและคลื่นไส้จากการยกของหนัก
"ผมเกลียดมัน" อันวา ซาร์ดัด กระซิบ เขาต้องช่วยเหลือครอบครัว แต่ก็หวังว่าจะมีงานอื่นที่ไม่ใช่บริษัทก่อสร้างของรัฐบาล "ผมคงไม่ต้องใช้ชีวิตแบบนี้ ถ้าผมไม่ใช่มุสลิม"
วันเสาร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2556
นางซูจี ระบุ กฎหมายห้ามสมรสข้ามศาสนาถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน
นางอองซาน ซูจี ผู้นำพรรคเอ็นแอลดีได้ให้สัมภาษณ์กับสถานีวิทยุ Free Asia โดยวิพากษ์วิจารณ์ การห้ามสตีชาวพุทธสมรสกับชายศาสนาอื่นถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ขณะที่กฎหมายดังกล่าวถูกเสนอโดยพระพระวิระธู พระสงฆ์ที่ได้รับการนับถืออย่างมากในเมืองมัณฑะเลย์
วันศุกร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2556
อนาคตที่มืดมน ของเยาวชนผู้ลี้ภัยโรงฮิงยาในบังกลาเทศ
วันศุกร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2556
ไทยเตรียมส่งชาวโรฮิงยา 700 คนกลับพม่า
สำนักข่าวเอพีรายงานเมื่อวันที่ 11 มกราคมที่ผ่านมาว่า ทางการไทยได้ออกมาประกาศเตรียมส่งตัวผู้ลี้ภัยที่หลบหนีเข้าเมืองผิดกฏหมาย 700 คน กลับไปยังประเทศพม่า โดยทั้งหมดยอมรับเดินทางเข้ามาไทยเองโดยใช้ไทยเป็นทางผ่านเพื่อเดินทางไปยังประเทศที่สาม
วันอาทิตย์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2556
รัฐบาลอินโดนีเซียเตรียมให้เงินช่วยเหลือชาวโรฮิงยาในรัฐอาระกัน 1 ล้านดอลลาร์
มีรายงานว่า รัฐบาลอินโดนีเซียเตรียมให้เงินบริจาคจำนวน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ชุมชนชาวมุสลิมโรฮิงยา ในรัฐอาระกัน
วันศุกร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2555
"อยากกลับบ้าน" ความหวังของผู้พลัดถิ่นชาวโรฮิงยา
วันเสาร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555
ซูจี เรียกร้องให้ทหารยุติความไม่สงบในรัฐอาระกัน
วันจันทร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2555
มีบ้านเรือนถึง 4600 หลัง ถูกเผาจากเหตุความรุนแรงในรัฐอาระกันเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
รัฐบาลพม่าและยูเอ็นออกมาเปิดเผยว่า จากเหตุความรุนแรงในรัฐอาระกัน หรือรัฐยะไข่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิต 86 คน และส่งผลให้ชาวบ้านกว่า 22,500 คน ต้องทิ้งบ้านเรือนของตัวเองไปอยู่ที่อื่น และมีบ้านเรือนกว่า 4,600 หลังถูกเผาทำลายได้รับความเสียหายใน 8 เมืองของรัฐอาระกัน
วันพุธที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2555
ผู้หญิงชาวยะไข่ออกมาประท้วง OIC ตั้งสำนักงานในรัฐอาระกัน
มีรายงานว่า เมื่อวันพุธ(10 ตุลาคม) ที่ผ่านมา ผู้หญิงชาวยะไข่กว่า 500 คนได้ออกมาเดินประท้วงในเมืองชิตต่วย รัฐอาระกัน เพื่อประท้วงรัฐบาลพม่าที่ตัดสินใจที่จะอนุญาตให้องค์การความร่วมมืออิสลาม(Organization of Islamic Cooperation ) หรือ OIC เปิดสำนักงานในรัฐอาระกัน มีรายงานว่า ผู้หญิงที่เข้าร่วมประท้วงได้สวมเสื้อที่มีข้อความว่า No OIC โดยการประท้วงยังเป็นไปเพื่อสนับสนุนกฎหมายที่ไม่ให้สถานะทางทะเบียนแก่ชาวโรฮิงยาอีกด้วย
วันจันทร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2555
หยาดเหงื่อหลังคราบน้ำตา : ชาวโรฮิงยาถูกบังคับใช้แรงงานหลังความขัดแย้ง
วันพุธที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2555
เกิดเหตุปะทะกันอีกในรัฐอาระกัน ตาย 3
ทางการพม่าออกมาเปิดเผยว่า ได้เกิดเหตุปะทะกันรอบใหม่ในรัฐอาระกันเมื่อวันอาทิตย์(5 สิงหาคม)ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 3 คน ขณะที่ยูเอ็นเรียกร้องให้รัฐบาลแต่งตั้งทีมขึ้นมาตรวจสอบเหตุการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในรัฐอาระกัน โดยระบุรัฐบาลจะต้องให้อิสระในการตรวจสอบหาความจริง
วันเสาร์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2555
รองประธานาธิบดีพม่าเยือนหมู่บ้านชาวโรฮิงยาในรัฐอาระกัน
วันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
ตาลีบันขู่โจมตีพม่า ล้างแค้นให้ชาวมุสลิมโรฮิงยา
วันนี้(26 กรกฎาคม)กลุ่มเตห์ริค-อี-ตาลีบัน (The Tehreek-e-Taliban Pakistan) ได้ออกมาขู่ว่าจะโจมตีพม่าเพื่อแก้แค้นให้กับชาวมุสลิมโรฮิงยา หากปากีสถานไม่ระงับความสัมพันธ์กับรัฐบาลพม่าทั้งหมดและหากไม่ปิดสถานทูตพม่าในกรุงอิสลามาบัด
วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
นักเคลื่อนไหวพม่าในญี่ปุ่นสนับสนุนแผนส่งชาวโรฮิงยาไปประเทศที่สามของประธานาธิบดีเต็งเส่ง
มีรายงานว่า กลุ่มนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยชาวพม่าที่อยู่ในญี่ปุ่น ซึ่งนำโดยกลุ่ม Association of United Nationalities in Japan (AUN) ได้ออกมาประท้วงหน้าสำนักงานสหประชาชาติในกรุงโตเกียวเพื่อสนับสนุนแผนการของประธานาธิบดีเต็งเส่ง ที่จะขับไล่ชาวมุสลิมโรฮิงยาไปยังประเทศที่สาม