แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ต่างเรื่องมุมเดียว(หนัง) แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ต่างเรื่องมุมเดียว(หนัง) แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

Osama เสรีภาพที่ถูกปิดกั้นของหญิงสาวมุสลิม

โดย หมอกเต่หว่า


แม้ว่าโลกยุคปัจจุบัน สิทธิของผู้หญิงในหลายประเทศจะถูกยกระดับให้ทัดเทียมผู้ชายมากขึ้น แต่ทว่า ยังมีผู้หญิงอีกหลายล้านคนในโลกนี้ที่อาจไม่เคยสัมผัสกับความรู้สึก “สิทธิเท่าเทียมระหว่างชายและหญิง” สักครั้งในชีวิต   ผู้หญิงซึ่งเป็นเพศแม่ของผู้ชายทุกคนกลับกลายเป็นสัญลักษณ์ของความอ่อนแอ ต้อยต่ำกว่า ไม่ควรได้รับสิทธิใด ๆ ทัดเทียมเพศชาย ภาพยนตร์เรื่อง Osama  นับเป็นหนังดีอีกเรื่องหนึ่งที่สามารถสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการกดขี่ผู้หญิงได้เป็นอย่างดี

วันพฤหัสบดีที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2555

หนังทางเลือกน่าดู จากเทศกาลบินข้ามลวดหนาม ปี 2

โดย หมอกเต่หว่า


 

ชาวเชียงใหม่หลายๆคนนอกจากจะได้สัมผัสกับความชุ่มชื่นเย็นกายจากสายฝนที่โปรยปรายลงมาตลอดในช่วงฤดูฝนที่กำลังพัดผ่านเข้ามาแล้ว ในอีกด้านหนึ่งยังได้สัมผัสกับความอบอุ่นของมิตรภาพไร้พรมแดนในเทศกาลดีๆที่ใช้ชื่อว่า “เทศกาลบินข้ามลวดหนาม” ซึ่งมูลนิธิเพื่อนไร้พรมแดนจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13 – 20 มิถุนายน ณ โรงละครหอศิลป์และลานสำนักงานส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมที่ผ่านมา ภายในงานนอกจากจะมีการแสดงวัฒนธรรมประเพณีรวมถึงการแสดงดนตรีจากหลายกลุ่มชาติพันธุ์ให้ได้ชมกันอย่างจุใจแล้ว ยังมีการนำเอาผลงานศิลปะและภาพถ่ายมาจัดแสดง และที่ขาดไม่ได้คือการนำหนังและสารคดีทั้งจากไทยและเทศมาฉายให้กับผู้ชมในงานได้ชมฟรี ซึ่งในฉบับนี้เราก็ไม่พลาดที่จะนำหนังดีมีคุณภาพถึง 3 เรื่องจากในงานมาถ่ายทอดสู่คุณผู้อ่าน

A Village Album บันทึกไว้ในความทรงจำ ก่อนจมหายไปใต้น้ำ

โดย อาทิตย์ ธาราคำ

หากวันนี้สิ่งที่คุณรัก และคนที่คุณรัก กำลังจะเลือนหายไปและกลายเป็นเพียงความทรงจำ คุณจะทำอย่างไรจึงจะเก็บสิ่งเหล่านี้ไว้ได้?

Children of Glory ด้วยโลหิต แด่อิสรภาพ

โดย หมอกเต่หว่า

คงไม่มีชาติไหนในโลกที่ต้องการให้ชาติอื่นมาครอบครอง และจำกัดเสรีภาพของตนเอง และบ่อยครั้งที่เราได้ยินประวัตศาสตร์การต่อสู้ที่แลกด้วยเลือดเนื้อเพื่อให้ได้มาซึ่งเสรีภาพ     

The last king of Scotland

โดย หมอกเต่หว่า

คุณคงไม่อยากมีชีวิตอยู่ภายใต้การนำของผู้นำเผด็จการอย่าง อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ แห่งเยอรมนี ซัดดัม ฮุดเซน แห่งอิรัก นายพอล พต แห่งเขมร หรือแม้กระทั่งนายพลอีดี้ อามิน ดาดา แห่งอุกานดา เพราะนอกจากคุณจะไม่มีสิทธิเสรีในการดำเนินชีวิตในทุกรูปแบบแล้ว คุณอาจมีชีวิตอยู่ด้วยความหวาดกลัวและหวาดระแวงตลอดเวลาและมีชีวิตอย่างไม่มีความสุข

This prison where I live เมื่อตลกต้องกลายเป็นนักโทษการเมือง

โดย หมอกเต่หว่า

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อหนุ่มอเมริกัน หนุ่มอังกฤษ และหนุ่มพม่ามาเจอกันแล้วผลัดกันโอ้อวดความเก่งกาจของชนชาติตนเองหนุ่มอเมริกันเริ่มเป็นคนแรก “ชาวอเมริกันถึงแม้ไม่มีขา แต่ก็พิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์มาแล้วสองครั้ง” ด้านหนุ่มอังกฤษฟังแล้วไม่ยอมน้อยหน้าจึงกล่าวว่า “ชาวอังกฤษถึงแม้ไม่มีแขน แต่ก็ว่ายน้ำไปกลับมหาสมุทรแอตแลนติกมาแล้วสองรอบ” พอได้ฟังสิ่งที่สองหนุ่มโอ้อวดความเก่งกาจกันไปแล้ว หนุ่มพม่าก็ยกความเก่งกาจที่ทำให้เพื่อนทั้งสองต้องอ้าปากค้าง “สู้พวกเราชาวพม่าไม่ได้หรอกขนาดรัฐบาลของเราไม่มีหัว แต่ก็สามารถปกครองประเทศนี้มาอย่างยาวนานถึง 18 ปีเลยทีเดียว”

วันพุธที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2555

Not one less เด็กหัวใจสู้และครูตัวน้อย

โดย หมอกเต่หว่า

Not_One_Less

เด็กคืออนาคตของชาติ แต่เด็กจะไม่มีอนาคตหากขาดการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ 

หากพูดถึงหนังจีนที่ เป็นธรรมชาติ น่ารัก และสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมทั่วโลก เชื่อว่า Not one less (เด็กหัวใจสู้และครูตัวน้อย) ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2542 คงเป็นหนึ่งในนั้นNot one less เป็นผลงานการสร้างสรรค์ของผู้กำกับชื่อดังมากฝีมือจากแดนมังกร “จางอี้โหมว” ที่เขาเคยฝากผลงานคุณภาพมาแล้วหลายเรื่องเช่น Raise the Red Lantern Hero และ House of Flying Daggers ในขณะที่ Not one less เป็นหนังอีกหนึ่งเรื่องของจางอี้โหมวที่คว้ารางวัลจากเทศกาลหนังจากทั่วโลกเช่นรางวัลสิงโตทองคำจากเทศกาล Venice International Film Festival และรางวัล Jury Award จากเทศกาลหนัง Beijing Student Film Festival ในปีเดียวกัน รวมถึงรางวัลอื่นๆ อีกมากมายในปีต่อๆ มา

Beyond Rangoon สู้เพื่อเธอ อองซาน ซูจี

beyond rangoon

โดย หมอกเต่หว่า

คนบางกลุ่มยอมทำทุกอย่างเพื่อรักษาอำนาจและผลประโยชน์ของตัวเอง แม้กระทั่งเข่นฆ่าข่มเหงคนเชื้อชาติเดียวกัน ละตราบใดที่พวกเขายังมีปืนและหลงระเริงในอำนาจมืดตราบนั้นประชาชนผู้อยู่ใต้การปกครองของพวกเขาก็จะต้องเผชิญความทุกข์ยากไม่มีที่สิ้นสุด

A day without a Mexican - ขาดฉัน (แรงงานต่างด้าว) แล้วเธอจะรู้สึก !

โดย หมอกเต่หว่า

คุณเคยคิดไหมว่า จะเกิดอะไรขึ้น หากตื่นเช้าขึ้นมาแล้วพบว่า แรงงานต่างด้าว  ซึ่งทำงานหนักแลกค่าแรงราคาถูกหายไปจากประเทศไทยในพริบตา  หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังดีใจกับการหายไปของแรงงานเหล่านี้  เราแนะนำให้คุณหาหนังเรื่องนี้มาดูก่อน แล้วคุณอาจเปลี่ยนใจ

Grave of the fireflies – (สุสานหิ่งห้อย) ชะตากรรมเด็กกำพร้าท่ามกลางสงคราม



 

 

โดย หมอกเต่หว่า

คุณจะรู้สึกอย่างไร หากต้องกลายเป็นเด็กกำพร้า สูญเสียพ่อแม่จากภาวะสงคราม ไม่มีอาหาร น้ำดื่ม ที่พักอาศัย และความหวังถึงสันติภาพยังคงริบหรี่ ?

ภาพยนตร์แอนนิเมชั่น เรื่อง "Grave of the fireflies" สัญชาติญี่ปุ่น หรือชื่อภาษาไทยว่า "สุสานหิ่งห้อย" จะทำให้คุณรับรู้ถึงความทุกข์ยากของเด็กน้อยที่ต้องกลายเป็นเด็กกำพร้าจากสงครามชนิดที่เรียกน้ำตาจากผู้ชมทั่วทุกมุมโลกมาแล้ว แม้ว่าจะเริ่มเข้าฉายทางโรงภาพยนตร์ครั้งแรกตั้งแต่พ.ศ. 2531 แต่จนถึงวันนี้ก็ยังคงได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นหนังการ์ตูนเรื่องเยี่ยมอีกเรื่องหนึ่งที่ไม่ควรพลาด

I am David - เด็กผู้ชาย หัวใจไม่ยอมแพ้

โดย หมอกเต่หว่า



บางคนอาจโชคดีที่เกิดมาแล้วได้สัมผัสกับอิสรภาพ ความเป็นธรรมและความถูกต้องในฐานะที่เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่พึงจะได้รับ แต่ยังมีคนอีกหลายล้านคนในโลกนี้ที่เกิดมาไม่มีแม้แต่ศักดิ์ศรีของความเป็นคน อิสรภาพอาจเป็นเพียงแค่ความฝันลม ๆ แล้ง ๆ สำหรับพวกเขา

ภาพยนตร์เรื่อง I am David (เด็กชายหัวใจไม่ยอมแพ้) อาจบอกผ่านความรู้สึกเหล่านั้นให้คุณได้สะเทือนใจอีกครั้ง ภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดย Paul Feig ผู้กำกับชื่อดังอีกคนหนึ่งของฮอลลีวู้ด เรื่องราวของเด็กผู้ชายวัย 12 ที่ชื่อเดวิด แสดงโดย เบน ทิบเบอร์ ที่พอจำความได้ก็อยู่แต่ในค่ายผู้ใช้แรงงานของทหารคอมมิวนิสต์แห่งหนึ่งในประเทศบัลแกเรียใน ค.ศ.1952 ที่ ๆ มีแต่ความโหดร้ายทารุณ เขาได้เห็นประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับทหารถูกจับกุมและนำมาใช้แรงงานที่ค่ายแห่งนี้เป็นจำนวนมาก

เดวิดไม่รู้ว่าตัวเองนั้นมาจากไหน และไม่รู้ว่าครอบครัวของตัวเองเป็นใคร  แต่ทุกครั้งที่เขาหลับตาเขามักจะเห็นแต่ใบหน้าราง ๆ ของผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาเชื่อว่าเป็นแม่ของเขา แต่เดวิดไม่เคยแม้แต่จะสัมผัสกับโลกภายนอก และไม่เคยแม้แต่จะหัวเราะออกมาด้วยซ้ำ ที่ค่ายแห่งนี้ดูเหมือนจะมีเพียงโจฮันเนส(จิม คาวีเซล) เพียงคนเดียวที่เป็นทั้งพ่อและเพื่อนคอยช่วยเหลือเขาตลอดมา เช่นเดียวกับผู้คุมทหารอีกคนหนึ่งที่คอยช่วยเหลือเดวิดอย่างลับๆ ด้วยเช่นกัน แต่แล้ววันหนึ่งเหตุการณ์เกิดพลิกผัน เมื่อเดวิดได้ขโมยสบู่ก้อนในห้องของทหาร เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้โจฮันเนสต้องถูกยิงตายเพราะเขาสารภาพรับผิดแทนเดวิด

ไม่นานนักผู้คุมทหารที่คอยช่วยเหลือเขาอย่างลับๆ ได้เรียกร้องให้เดวิดหนีออกจากค่ายไปเดนมาร์กให้ได้พร้อมๆ กับจดหมายลับฉบับหนึ่ง โดยเขาได้รับคำแนะนำว่า ห้ามไว้ใจใครทั้งนั้น

การผจญภัยของเดวิดได้เริ่มขึ้นเมื่อเขาหนีออกจากค่ายในกลางดึกคืนหนึ่ง มุ่งหน้าไปยังชายแดนประเทศกรีซที่แสนอันตราย ก่อนที่จะลักลอบเข้าไปในเรือสินค้า ที่มุ่งหน้าสู่อิตาลี ในฉากนี้เดวิดถูกลอยแพในทะเลใกล้กับชายฝั่งประเทศอิตาลี เพราะกะลาสีคนหนึ่งในเรือไม่อยากให้ใครเห็นเดวิดเวลาที่เรือจอดเทียบท่าแล้ว ฉากที่เด็กชายวัยเพียง 12 ขวบพยายามว่ายน้ำเข้าหาฝั่งสื่อถึงคนที่ไร้จุดหมายปลายทาง ออกมาได้อย่างกินใจจริงๆ แต่เพราะความพยามยามและความกล้าของเขาจึงทำให้เขาเดินทางมาถึงอิตาลีในที่สุด

จากการสูญเสียอิสรภาพมายาวนานในค่ายใช้แรงงานทหารทำให้การใช้ชีวิตที่แสนปกติธรรมดาของคนในประเทศสงบสุข อย่างอิตาลีกลับเป็นสิ่งแปลกใหม่และยากเกินกว่าที่เดวิดจะเข้าใจ เช่น เขาไม่เข้าใจว่าเงินคืออะไรและควรยิ้มยังไงด้วยซ้ำ  รวมถึงเขายังผวาหวาดกลัวเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบจะจับตัวเขาส่งกลับบัลแกเรีย โลกใบใหม่สำหรับเดวิดจึงเต็มไปด้วยความน่ากลัวและไม่สามารถไว้ใจใครได้

ต่อมาเดวิดได้ช่วยชีวิตเด็กผู้หญิงที่ชื่อ มาเรีย ลูกสาวของครอบครัวเศรษฐีครอบครัวหนึ่งในอิตาลี  เขาได้รับการดูแลอย่างดีจากครอบครัวนี้ เดวิดแทบจะไม่เคยเล่าย้อนถึงชีวิตอันเลวร้ายในอดีตให้ใครฟังมาก่อน แต่มีอยู่ฉากหนึ่งที่แสดงถึงความอัดอั้นตันใจของเขา บอกผ่านมาเรียตามประสาเด็กว่า

"มีคนมากมายที่ฉันไม่ชอบ เพราะโลกนี้เต็มไปด้วยคนน่ากลัว พวกนั้นทำสิ่งที่น่ากลัวและชั่วร้าย ฉันเห็นมาแล้ว"

และดูเหมือนว่าความปรารถนาดีต่างๆจากครอบครัวของมาเรียกลับยิ่งทำให้เดวิดกลัวและไม่กล้าเปิดใจมากขึ้นเด็กชายตัวน้อยจึงออกเดินทางอีกครั้งพร้อมกับเป้เก่าๆ และแววตาเศร้าสร้อย

แต่แล้วการเดินทางของเขาดูจะไม่ราบรื่นเท่าใดนัก เมื่อต้องตกอยู่ในเหตุการณ์ การปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่และกลุ่มผู้ใช้แรงงานที่ออกมาประท้วง เดวิดถูกจับเพราะเจ้าหน้าที่เข้าใจผิดคิดว่าเขาเป็นหนึ่งในผู้ประท้วงด้วย ในระหว่างที่เขากำลังถูกจับกุมอยู่ในรถนี่เอง เขาตัดสินใจเปิดจดหมายลับที่ได้รับมอบหมายให้ไปส่งในเดนมาร์ก แต่แล้วกลับทำให้เขาประหลาดใจ มากยิ่งขึ้น เพราะจดหมายลับที่ว่านี้ แท้จริงแล้ว คือบัตรประจำตัวและข้อมูลหลักฐานของตัวเขานั่นเอง หลังจากนั้นเขาหลบหนีจากการจับกุมได้สำเร็จ

ต่อมา เดวิดได้พบกับโซฟี (โจแอน โพลไรท์)หญิงสูงวัยที่เป็นทั้งศิลปินวาดรูปและเป็นผู้ที่ไขกุญแจเรื่องราวชีวิตของเดวิดให้คลี่คลายในเวลาต่อมา เดวิดได้เดินทางไปอยู่กับโซฟีที่สวิตเซอร์แลนด์ โซฟีได้สอนให้เดวิดรู้ว่า แท้จริงแล้วในโลกนี้ยังคงมีคนดีๆ อยู่มาก โดยมีฉากที่เดวิดกลั้นใจทักทายกับเจ้าหน้าที่คนหนึ่งในโบสถ์ และสิ่งที่เขาได้รับกลับมาก็คือรอยยิ้มและมิตรภาพ จนทำให้โลกอันน่ากลัวของเดวิดค่อยๆ จางหายไป

แต่เรื่องราวไม่ได้จบอยู่เพียงแค่นั้น เดวิดได้ค้นพบว่า แม่ของเขายังมีชีวิตและอยู่ที่เดนมาร์ก และเหตุผลที่เขาต้องอยู่ในค่ายใช้แรงงานก็เป็นเพราะว่า พ่อและแม่ของเขาได้รณรงค์ให้คนในบัลแกเรียต่อต้าน ระบอบคอมมิวนิสต์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง แต่ภายหลังพ่อแม่รวมทั้งตัวเดวิด ถูกทหารบัลแกเรียจับตัว พ่อของเขาถูกฆ่าตาย แต่แม่หนีรอดไปได้เพราะได้รับความช่วยเหลือจากผู้คุมคนเดียวกันกับที่ช่วยเหลือเดวิด แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แม่ของเขาเข้าใจผิดมาตลอดว่าเดวิดได้เสียชีวิตแล้ว และปริศนาที่ว่า เขาต้องนำจดหมายลับ ไปส่งยังเดนมาร์กก็เป็นเพราะว่าแม่ของเขาอยู่ที่เดนมาร์กนั่นเอง

ฉากสุดท้ายที่เดวิดหวนกลับคืนอ้อมอก แม่พร้อมกับเพลงประกอบที่ซาบซึ้งบาดใจผู้ชมจนทำให้หลายคนน้ำตาไหลพรากเพราะความดีใจอยู่ลึกๆ อาจกล่าวได้ว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังดีอีกเรื่องหนึ่งที่ผู้ชมไม่ควรพลาด แม้การเดินเรื่องจะเป็นไปแบบนิ่งๆ เศร้าๆ ว้าเหว่และไม่หวือหวานัก แต่บทสรุปตอนท้ายของเรื่องกลับเข้มข้นและตัวละครอย่างเดวิดได้ค้นพบตัวเองและมีความสุขในโลกใบใหม่ อีกทั้งฉาก แสง สี เสียงในเรื่องนี้คงประทับใจใครหลายคน จนยากจะลืม  เรื่องราวของเดวิดนับเป็นภาพสะท้อน ความรู้สึกของคนที่ถูกกักขังเสรีภาพได้เป็นอย่างดี แต่ในโลกแห่งความจริง

จะมีสักกี่คนที่มีชีวิตจบแบบแฮปปี้เอนดิ้งเหมือนเดวิด โดยเฉพาะกับนักโทษการเมืองในพม่าที่ส่วนใหญ่จะเสียชีวิตจากการถูกทรมานร่างกาย ภาวะขาดสารอาหารและโรคภัยไข้เจ็บก่อนจะได้รับเสรีภาพ คนที่รอดชีวิตออกมาได้ทันสัมผัสเสรีภาพก็ต้องมีชีวิตอยู่กับฝันร้ายในอดีตที่ยากจะลืมเลือนและการถูกเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดจากเจ้าหน้าที่รัฐไปตลอดชีวิต

พวกเขาจะไม่มีวันได้สัมผัสความหอมหวานของเสรีภาพอย่างเต็มที่จนกว่าผู้นำประเทศพม่าจะมองประชาชนผู้ต้องการสิทธิเสรีภาพเป็นมิตร ไม่ใช่ศัตรูเหมือนเช่นที่ผ่านมา.

Innocent Voices - เสียงบริสุทธิ์หยุดสงคราม

โดย หมอกเต่หว่า

คนส่วนใหญ่มักพูดว่า วัยเด็กเป็นช่วงเวลาที่มีแต่ความสุข ตื่นเต้นสนุกสนาน ไม่ต้องคิดอะไรให้ปวดหัวเหมือนพวกผู้ใหญ่ แต่คำกล่าวนี้อาจใช้ไม่ได้กับเด็กในประเทศที่ไฟสงครามยังคงคุกรุ่น เพราะ เด็กเหล่านั้นอาจไม่เคยลิ้มรสชาติของความเป็นเด็กเลยด้วยซ้ำไป

Monster's Ball- แด่รักนักโทษประหาร



 

โดย หมอกเต่หว่า

คุณจะรู้สึกอย่างไร เมื่อคุณค่าความเป็นคนในตัวคุณถูกตีค่าเพียงเพราะสีผิว ศาสนาและเชื้อชาติของคุณ?

แฮงค์(บิลลี่ บ็อบ ธอร์นตัน) อาศัยอยู่กับพ่อ(ปีเตอร์ บอยล์)และลูกชายของเขาที่ชื่อซันนี่(ฮีธ เล็ดเจอร์)ในเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งในรัฐจอร์เจีย ภรรยาของแฮงค์เสียชีวิตไปเมื่อหลายปีก่อน ทั้งพ่อของเขาและตัวแฮงค์เอง รวมไปถึงซันนี่ต่างรับราชการเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจในเรือนจำ

Border Town - อำพรางโหดชายแดนทมิฬ



โดย หมอกเต่หว่า

ยังมีอีกหลายๆ คนตัดสินใจทิ้งชีวิตในบ้านเกิดอันแร้นแค้น มุ่งหน้าสู่ประเทศเพื่อนบ้านโดยไม่มีทางเลือก เพื่อไปตายเอาดาบหน้าและหวังมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยที่พวกเขาเหล่านั้นไม่อาจล่วงรู้ถึงหนทางอันยากลำบากและอุปสรรคที่รออยู่ข้างหน้า และหลายๆ คนอาจต้องเอาชีวิตมาทิ้งไว้ในต่างถิ่น โดยที่ไม่มีโอกาสหวนกลับคืนแผ่นดินแม่ได้อีกครั้ง