แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฉบับที่ 66 (ก.ค. - ส.ค. 54) แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฉบับที่ 66 (ก.ค. - ส.ค. 54) แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2555

ใจของคน

เขียนโดย ปูเนแม (เว็ดแล็ต) จากนิตยสารกาเหลี่ย แปลโดย Numripan

ในอดีตที่ผ่านมา หากต้องเดินทางไปย่างกุ้ง ผมจะนั่งรถโดยสารจากเมืองมะอูปิน-ย่างกุ้งมาโดย ตลอด เพราะถ้าไปกับรถโดยสารจะทำให้ถึงย่างกุ้งเร็วกว่า แต่ในปัจจุบันไม่ว่าจะเรือหรือรถโดยสารก็ใช้เวลา เดินทางพอๆ กัน ตามปกตินั่งรถจากเมืองมะอูปินตอน 6 โมงเช้าก็จะถึงสถานีรถโดยสารหล่ายตายาประมาณ 9 โมงครึ่งถึง 10 โมง หลังจากนั้นก็ต้องนั่งรถต่อไปอีกประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่งจึงจะถึงตัวเมืองย่างกุ้ง แต่ถ้าไปกับเรือโดยสารก็จะไปถึงท่าเรือปะตินซึ่งใกล้ๆ กับตัวเมืองย่างกุ้งประมาณ 11 โมง ทำให้ใช้เวลาในการเดินทางไม่แตกต่างกันมากนัก

หลวงพี่มาแล้ว

เสียงผู้ชายพูดสูงๆ ต่ำๆ ทำเสียงเล็กเสียงน้อยจากลำโพงเครื่องเสียง สลับกับเสียงหัวเราะขำกลิ้งคึกครื้นเล็ดลอดผ่านสายโทรศัพท์ขณะที่ผู้เขียนกำลังติดต่อกับเพื่อนชาวพม่าคนหนึ่ง จึงทักไปว่า “ดูอะเยะปอย (การแสดง ตลก) กันอยู่เหรอ” เขารีบปฏิเสธและบอกว่า “ฟังพระเทศน์อยู่น่ะ...”

วิศวกรพลัดถิ่น

ผมรู้จักตูอ่อง(ชื่อสมมุติ) เพราะเขาทำงานในองค์กรแห่งหนึ่งในมาเลเซียเราเคยเจอกันหลายครั้ง ที่ผ่านมาผมได้แต่แกล้งพูดหยอกเขาบ่อยๆ ว่า “เฮลโล...ฮาวอายูสสสส...กู้ดบายส์ เทคแคร์สสส” แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ผมได้นั่งคุยกับเขาจริงๆ จังๆ และขอให้เขาเล่าเรื่องราวชีวิตให้ผมฟัง

This prison where I live เมื่อตลกต้องกลายเป็นนักโทษการเมือง

โดย หมอกเต่หว่า

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อหนุ่มอเมริกัน หนุ่มอังกฤษ และหนุ่มพม่ามาเจอกันแล้วผลัดกันโอ้อวดความเก่งกาจของชนชาติตนเองหนุ่มอเมริกันเริ่มเป็นคนแรก “ชาวอเมริกันถึงแม้ไม่มีขา แต่ก็พิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์มาแล้วสองครั้ง” ด้านหนุ่มอังกฤษฟังแล้วไม่ยอมน้อยหน้าจึงกล่าวว่า “ชาวอังกฤษถึงแม้ไม่มีแขน แต่ก็ว่ายน้ำไปกลับมหาสมุทรแอตแลนติกมาแล้วสองรอบ” พอได้ฟังสิ่งที่สองหนุ่มโอ้อวดความเก่งกาจกันไปแล้ว หนุ่มพม่าก็ยกความเก่งกาจที่ทำให้เพื่อนทั้งสองต้องอ้าปากค้าง “สู้พวกเราชาวพม่าไม่ได้หรอกขนาดรัฐบาลของเราไม่มีหัว แต่ก็สามารถปกครองประเทศนี้มาอย่างยาวนานถึง 18 ปีเลยทีเดียว”

เซยา ตอว์ “ดนตรีอยู่ในสายเลือด ประชาธิปไตยอยู่ในใจ”

โดย หมอกเต่หว่า

“ผมปรารถนาจะบอกกับประชาชนให้กล้าปฏิเสธ สิ่งที่พวกเขาไม่ชอบ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่กล้าแสดงออกในการสนับสนุนสิ่งที่ถูกต้องก็ตาม และ อยากบอกพวกเขาว่า อย่าสนับสนุนในสิ่งที่ผิด”

นี่คือคำพูดสุดท้ายของเซยา ตอว์ ก่อนที่เขาจะถูกพิพากษาจำคุกเป็นเวลาเกือบ 4 ปี แต่ “คุก” ก็ไม่ได้ทำให้ศิลปินฮิปฮอปผู้นี้หยุดเดินบนถนนการสู้เพื่อประชาธิปไตย เช่นเดียวกับที่เขาไม่สามารถหยุดที่จะรักในเสียงดนตรี

อยู่ไม่(ยอม)ตายอย่างไทใหญ่

นิพัทธ์พร เพ็งแก้ว

บ้านเมืองไทใหญ่อุดมด้วยยาเถื่อน(ยาป่า)สารพัดสาเหตุหลักเห็นจะเป็นเพราะทางรัฐบาลพม่าไม่อาจจัดสรรระบบการแพทย์สมัยใหม่ไปได้ทั่วถึง ดังนั้นสรรพความรู้โบราณของคนในรัฐฉานจึงยังดำรงอยู่อย่างมั่นคงมั่งคั่ง โดยเฉพาะการรักษาโรคภัยไข้เจ็บและการบำรุงร่างกาย ซึ่งหมอยาไทใหญ่เชี่ยวชาญยิ่งนัก จนแม้ชาวบ้านและทหารไทใหญ่ที่อยู่กินกับแผ่นดินผืนป่ามาตลอด พวกเขาต่างมีความรู้ในเรื่องของอาหารเสริม-ยาบำรุงตามตำรับโบราณมาอย่างดียิ่งจึงแข็งแรงสุดๆ ไม่ค่อยป่วยไม่ค่อยแก่ ชนิดที่ดิฉันขึ้นไปทำงานบนดอยไตแลงฐานที่มั่นของกองกำลังรัฐฉาน เจอหน้านายทหารไทใหญ่บนยอดดอย มาหลายปีเต็มที ขณะที่ตัวเราเองแก่เฮือกๆ มากขึ้นทุกที แต่ทหารไทใหญ่กรำศึกเหล่านั้นช่างแสนอัศจรรย์ แต่ละคนต่างเหมือนเดิม บางคนยังออกอาการหนุ่มกว่าเดิมให้เห็น ผมเผ้าไม่มีหงอก หัวไม่มีล้าน เห็น ชัดๆ ก็เจ้าสิริ-เลขาธิการสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน(RCSS) อายุคงร่วม 60 ปีเข้าไปแล้วแต่ยังมีรอยยิ้มแจ่มใส ฟันขาวสวย ดวงตาแสนจะใจดีและยังหล่อพริ้งพรายไม่ทิ้งมาดพระเอกลิเกเก่าในวัยหนุ่มเลยสักน้อย สัมภาษณ์ทำงานเสร็จแล้วเมื่อไหร่เป็นอันต้องได้กระเซ้าเย้าแหย่กันไปตามสภาพ หัวเราะครืนๆ อยู่เป็นประจำในทุกครั้งที่พบหน้า

เสียงปืน และ สันติภาพ

เขียนโดย Leonard Shinrachan แปลโดย กองบรรณาธิการ
ภาพ KDNG / AKSYU

เวลาตีสองของวันที่ 9 มิถุนายน เสียงปืนปะทุกึกก้องไปทั่วเขตตะวันออกของรัฐคะฉิ่น ดินแดนที่ผู้คนในพม่าต่างกล่าวขานถึงอากาศอันหนาวเย็นตลอดทั้งปีและทิวทัศน์ที่สวยสดงดงาม การต่อสู้ระหว่างกองกำลังทหารพม่ากองพัน 437 และกองกำลังเอกราชคะฉิ่น (Kachin Independence Army -KIA) กองพัน 15 ภายใต้ กองพลน้อยที่ 3 ในครั้งนี้เริ่มขึ้นที่เมืองโมเม่าก์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานที่ก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำบนแม่น้ำทาปิง 17 ปีที่ปราศจากเสียงปืนบนเทือกเขาแห่งรัฐคะฉิ่น บัดนี้กำลังตกอยู่ในภาวะวิกฤติ

ชีวิตบนตึกสูง

นานาตี



สายวันหนึ่งบนถนนอะนอระธาใจกลางเมืองย่างกุ้ง เราเดินบนทางเท้าพร้อมกล้องถ่ายรูปเพื่อเก็บภาพสีสันของหาบเร่แผงลอย เรียกได้ว่าเป็นตลาดนัดย่อมๆ ข้างถนนก็ว่าได้ ท่ามกลางบรรยากาศที่รายล้อมไปด้วยเสียงเครื่องยนต์ รถราบนท้องถนนและผู้คนหลากหลายชีวิตที่เดินขวักไขว่ ตึกสูงแห่งหนึ่งมีเชือกพลาสติกห้อยระโยงระยางจากระเบียงชั้นบนเต็มไปหมด ตรงส่วนปลายมีตะขอหรือไม่ก็คลิปหนีบกระดาษผูกไว้ เมื่อลองสังเกตดูดีๆดูเหมือนว่าจะมีเชือกแบบเดียวกันนี้อยู่ตามอาคารสูงๆ แทบทุกแห่ง

วันพุธที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2555

จาก “ดาวใหม่” ถึง “เสียงไตลื้อ” สำนึกรักบ้านเกิดของชาวลื้อ - สิบสองปันนา

วสันต์ ปัญญาแก้ว



 

สาวไตไปฟ้อนเมืองฮ่อ กันว่า ใคร่ก้อแอ็ปบ่าวจายไต

อย่าไปเกิ๊ดค้างอยู่ตีไก๋ สาวงามไตอยู่ไหนอย่าลืมไต

อยู่ไก๋ตีไหนปานใด นางอย่าลืมไตเมืองเกิดของเฮา

 

สาวไตไปอยู่เมืองฮ่อ ปอกมาต๊อแอ็ปบ่าวจายไต

อย่าไปลืมกำปากไต ใจ๋ปายจายอยู่ไหนเบ่าลืมง่าย

อยู่ไก๋ตีไหนปานใด จายเบ่าลืมง่ายสาวอ่อนเมืองไต

 

เมืองสิบสองปันนาขึ้นใหญ่ใสมา ไพร่ภาษาเยิมจูผู้เบ่าใจ่อู้

อวดอยู่ สิบสองปันนา บัดเดี่ยวมา เหลียวตองหา

สาวตัวดีจาวนา หายกว่าวอยๆ เบ่าอยู่เมืองไต