แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเดินทาง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเดินทาง แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2556

เยือนเมืองนาย...เล่าเรื่องเมืองยักษ์ที่รัฐฉานตอนใต้ (ตอนที่ 4)

ประเพณีและการกินอยู่


 

[caption id="attachment_6032" align="alignleft" width="450" caption="เจ้าภาพทำกับข้าวเลี้ยงแขกที่มาทำบุญในพิธีโก่วจา"][/caption]

ในช่วงที่ผู้เขียนเดินทางไปเมืองนายคือเดือนตุลาคม เป็นช่วงที่คนทำบุญโก่วจาหรือการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้คนตายในช่วงปีที่ผ่านมา โดยมีญาติของผู้ตายทำอาหารเลี้ยงพระและเพื่อนบ้าน ซึ่งจะเป็นเจ้าภาพคนเดียวหรือมากกว่านั้นก็ได้ และชาวบ้านก็จะมาฟังการสวดที่เรียกว่า “ถ่อมลิก” กันที่วัดที่มีการจัดงาน ฉันโชคดีที่มีโอกาสไปร่วมงานนี้ด้วย แม้ว่าจะไม่รู้จักกับผู้ตายหรือญาติของผู้ตายโดยตรงก็ตาม

วันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2556

เยือนเมืองนาย...เล่าเรื่องเมืองยักษ์ที่รัฐฉานตอนใต้ (ตอนที่ 3)

 

หอเจ้าฟ้าและบ้านหลานสาว


 

[caption id="attachment_5983" align="alignleft" width="552" caption="เสาหินประตูทางเข้าแบ่งเขตวังและบ้านอย่างชัดเจน"][/caption]

คนที่เคยอ่านประวัติศาสตร์เกี่ยวกับรัฐฉานหรือเมิงไต คงรู้ดีว่าระบบเจ้าฟ้า เป็นระบบการปกครองดั้งเดิมของรัฐฉานก่อนที่จะเสื่อมความสำคัญและยกเลิกไปในสมัยอาณานิคมอังกฤษเข้ามาปกครองพม่าเป็นต้นมา เมืองนายเป็นเมืองหนึ่งที่มีเจ้าฟ้าปกครองและเป็นเมืองใหญ่อันดับต้นๆ ที่เจ้าฟ้าได้รับการยกย่องจากเมืองใกล้เคียงว่ามีความยิ่งใหญ่  ด้วยความที่พม่าต้องการที่จะล้มเลิกระบบนี้พร้อมทั้งทำลายสถานที่ต่างๆ ที่แสดงให้เห็นถึงประวัติศาสตร์ความเป็นมาของไทใหญ่ การทำลาย เช่น หอหลวงที่เชียงตุง หรือยึดครองหอหลวงซึ่งเป็นที่อยู่ของเจ้าฟ้าและเปลี่ยนสภาพกลายเป็นสมบัติของรัฐ เป็นวิธีการหนึ่งในนั้น ฉันถือว่าโชคดีมากๆ ที่ได้มีโอกาสได้เข้าไปเยือนหอเจ้าฟ้าเมืองนาย ซึ่งเจ้าฟ้าองค์สุดท้ายของเมืองนายคือเจ้าเป้

วันจันทร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

เยือนเมืองนาย...เล่าเรื่องเมืองยักษ์ที่รัฐฉานตอนใต้ (ตอนที่ 2)

เมืองนาย-ตำนานนางสิบสองกับนางยักษ์


 

[caption id="attachment_5936" align="alignleft" width="228" caption="องค์เจดีย์ที่วัดเจดีย์นางสิบสอง"][/caption]

ระหว่าง 3-4 วันในเมืองนายของฉันคือการเยี่ยมชมวัดวาต่างๆที่เชื่อมโยงกับตำนานของเมืองนาย ดังนั้น จึงอยากเล่าที่มาซึ่งมาจากตำนานนางสิบสองอย่างค่อนข้างละเอียดเสียก่อน ในไทยเองหลายคนคงเคยได้ฟัง ได้อ่าน หรือได้ดูละครจักรๆวงศ์ๆเกี่ยวกับตำนานพื้นบ้านเรื่องนางสิบสอง หรืออาจจำได้ในชื่อว่าพระรถ-เมรี ฉันเพิ่งรู้โดยบังเอิญเหมือนกันว่าที่เมืองไทยก็มีสถานที่เล่าตำนานของนางสิบสองเหมือนกัน ซึ่งเป็นถ้ำนางสิบสองอยู่ที่ อ.ราชสาส์น จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งก็น่าจะลองไปเที่ยวดูเหมือนกัน

วันอังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

เยือนเมืองนาย...เล่าเรื่องเมืองยักษ์ที่รัฐฉานตอนใต้ (ตอนที่ 1)

ภาพมุมสูงของเมืองนายที่แสดงให้เห็นว่ามีที่ราบขนาดกว้างล้อมรอบด้วยภูเขาสูง

เรื่อง/ภาพ โดยนางยุ่มแล้ง


 ท่ามกลางกระแสการเปิดประเทศของพม่าผ่านสัญญาณของผู้นำอดีตทหารที่ผ่านการเลือกตั้งที่จะนำพาประเทศไปสู่ระบอบประชาธิปไตย เป็นเรื่องที่ทั่วโลกจับตามองเป็นอย่างมากว่าพม่าจะเปลี่ยนเป็นเช่นไรในอนาคตอันใกล้ ฉันเองก็มีสายตาอยากรู้อยากเห็นเช่นนั้นไม่ต่างกัน เมื่อกลางเดือนตุลาคมปี 2555 ในฐานะนักท่องเที่ยวถือหนังสือเดินทางสัญชาติไทยได้ไปเยือนประเทศพม่าชั้นในเป็นครั้งที่สอง ซึ่งห่างจากครั้งแรกกว่า 6 ปี ฉันลงเครื่องบินที่ย่างกุ้งและสัมผัสความเปลี่ยนแปลงอดีตเมืองหลวงอยู่ 4-5 วัน ก่อนมุ่งหน้าสู่ตองจี เมืองหลวงของรัฐฉานหรือ “เมิงไต” ของคนไตหรือ “ไทใหญ่” ตามที่คนไทยเรียกและรู้จัก

วันพฤหัสบดีที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2555

จากพะอันสู่มะละแหม่ง เส้นทางหลากวัฒนธรรม

โดย นรินจรา

 

"มะเมียะเป็นสาวแม่ค้า คนพม่าเมืองมะละแหม่ง
งามล้ำเหมือนเดือนส่องแสง คนมาแย่งหลงรักสาว
มะเมียะบ่ยอมฮักไผ มอบใจหื้อหนุ่มเชื้อเจ้า เป็นลูกอุปราชท้าวเชียงใหม่
แต่เมื่อเจ้าชายจบการศึกษา จำต้องลาจากมะเมียะไป
เหมือนโดนมีดสับดาบฟันหัวใจ ปลอมเป็นพ่อชายหนีตามมา
เจ้าชายเป็นราชบุตร แต่สุดที่รักเป็นพม่า ผิดประเพณีสืบมา ต้องร้างลาแยกทาง
โอโอก็เมื่อวันนั้น วันที่ต้องส่งคืนบ้านนาง
เจ้าชายก็จัดขบวนช้างให้ ไปส่งนางคืนทั้งน้ำตา
มะเมียะตรอมใจอาลัยขื่นขม ถวายบังคมทูลลา สยายผมลงเช็ดบาทบาทา
ขอลาไปก่อนแล้วชาตินี้เจ้าชายก็ตรอมใจตาย มะเมียะเลยไปบวชชี
ความรักมักเป็นเช่นนี้ แลเฮย..."

ชีวิตบนตึกสูง

นานาตี



สายวันหนึ่งบนถนนอะนอระธาใจกลางเมืองย่างกุ้ง เราเดินบนทางเท้าพร้อมกล้องถ่ายรูปเพื่อเก็บภาพสีสันของหาบเร่แผงลอย เรียกได้ว่าเป็นตลาดนัดย่อมๆ ข้างถนนก็ว่าได้ ท่ามกลางบรรยากาศที่รายล้อมไปด้วยเสียงเครื่องยนต์ รถราบนท้องถนนและผู้คนหลากหลายชีวิตที่เดินขวักไขว่ ตึกสูงแห่งหนึ่งมีเชือกพลาสติกห้อยระโยงระยางจากระเบียงชั้นบนเต็มไปหมด ตรงส่วนปลายมีตะขอหรือไม่ก็คลิปหนีบกระดาษผูกไว้ เมื่อลองสังเกตดูดีๆดูเหมือนว่าจะมีเชือกแบบเดียวกันนี้อยู่ตามอาคารสูงๆ แทบทุกแห่ง

วันพุธที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2555

ตะลุยอินทร์แขวนแบบบ้านๆ

โดย นานาตี

ถ้าจะพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวของพม่าเพื่อนบ้านเราแล้วล่ะก็ "พระธาตุอินทร์แขวน" หรือ "ไจ้ก์ทีโย" ในภาษามอญ เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ยอดฮิตก็ว่าได้ ภาพความมหัศจรรย์ของก้อนหินสีทองอร่ามขนาดยักษ์ที่แขวนอยู่บนขอบเหวได้อย่างน่าฉงนมีให้เห็นในโบรชัวร์ท่องเที่ยวอยู่เสมอ เรื่องราวการเดินทางที่กำลังจะเล่าต่อไปนี้อาจแตกต่างจากเรื่องเล่าของใครหลายคน ทั้งที่เป็นนักท่องเที่ยวกรุ๊ปทัวร์ และแบกเป้ เพราะเราครั้งนี้เราจะไปที่แบบชาวบ้านหรือคนท้องถิ่นเขาไปกัน เอ้า..เกาะแน่นๆ รถกำลังจะออกแล้วค่ะ

ย่างกุ้งริมทาง

จิตติมา ผลเสวก

แม้จะเป็นคราที่สามที่ได้มายืนอยู่บนแผ่นดินพม่า ทว่าความตื่นเต้นดูเหมือนจะยังคงระดับใกล้เคียงกับคราแรกที่ได้มาถึงประเทศนี้ อาจจะตื่นเต้นเพราะการเมืองที่แปลกประหลาดและตื่นเต้น เพราะเป็นประเทศที่ดูเหมือนว่ามีหลาย สิ่งอย่างอยู่หลังประตู ซึ่งคนภายนอกยากจะคาดเดาและเข้าถึง

แต่การเดินทางมาพม่าครั้งนี้ แรกที่ก้าวเท้าสู่สนามบินมินกะลาดงฉันกลับรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลง สิ่งก่อสร้างที่เรียกว่าสนามบินแห่งนี้ กว้างขวางโอ่โถงขึ้น กลิ่นอายใหม่ๆ อวลอบอยู่ทั่ว บรรยากาศต่างกับครั้งแรกและครั้งสอง เมื่อหลายปีก่อน สนามบินมินกะลาดงมีสภาพเก่าและคับแคบกว่าเดี๋ยวนี้มากนัก

ล่องกะลาดานเยือนมรัค อู ราชธานีแห่งสุดท้ายของอาณาจักรอาระกัน

ปลายเดือนเมษายน ปากแม่น้ำกะลาดาน เมืองซิตตวย รัฐอาระกัน
แดดอ่อนๆ ยามเช้าส่องกระทบพื้นผิวน้ำเป็นประกายสีทองระยับ เรือลำน้อยใหญ่ที่สัญจรไปมาในท้องน้ำที่กว้างสุดลูกหูลูกตาในเวลานี้ ดูไม่ต่างกับจุดเล็กๆ บนผืนผ้าขนาดใหญ่ หากย้อนเวลาไปในอดีต ผืนแผ่นดินอาระกัน ที่โอบล้อมแม่น้ำสายนี้เคยเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่และเจริญรุ่งเรือง ว่ากันว่า ในยุคที่เจริญถึงขีดสุด เกือบครึ่งหนึ่งของประเทศบังกลาเทศเคยอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรแห่งนี้มาแล้ว แต่เมื่อวันเวลาล่วงเลยไป เหตุการณ์ต่างๆ ในประวัติศาสตร์ทำให้สิ่งเหล่านั้นกลายเป็นเพียงอดีต ทว่า ร่องรอยและกลิ่นไอของความรุ่งเรืองยังคงหลงเหลือและรอคอยให้เราสัมผัสอยู่ที่เมือง "มรัค อู" ราชธานีแห่งสุดท้ายของอาณาจักรอาระกัน